วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อัลกุรอ่าน..


จับตา หลายปีมีหน!! ปรากฎการณ์สุริยุปราคาวงแหวน 21 พฤษภาคมนี้

วันที่: 19 พฤษภาคม 2012 

ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์ที่หาชมได้ยาก ไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นบ่อยๆ ชมแบบนี้อีกครั้งได้ต้องรอนานอีกหลายปี แต่ปีนี้กำลังจะมีให้ชมอีกครั้ง กับ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งจะได้เห็นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 05:50-06:06 น. ตามเวลาในประเทศไทย         
ภาพแสดงสุริยุปราคาวงแหวน ในมุมมองจากนอกโลก ภาพโดยหอดูดาวแห่งชาติญี่ปุ่น
องศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  เปิดเผยว่า ในเช้าวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 ตามเวลาในประเทศไทย จะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” ชุดซารอสที่ 128 ปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน เงาของดวงจันทร์จะทอดลงบนพื้นโลกและสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สังเกตการณ์ที่อยู่บนโลกคือการที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ลดลง รูปร่างของดวงอาทิตย์จะเกิดเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ที่เปลี่ยนรูปร่างในแต่ละค่ำคืนหรือถูกบังจนหมดทั้งดวงขึ้นอยู่กับรูปแบบการบัง
โดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 เป็นแบบ “สุริยุปราคาวงแหวน” เนื่องจากดวงจันทร์มีวงโคจรรอบโลกค่อนข้างรี ดังนั้นดวงจันทร์จึงมีโอกาสอยู่ใกล้หรือไกลจากโลกได้ ในขณะเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ดวงจันทร์อยู่ในช่วงที่ไกลโลกที่ระยะทางประมาณ 404,000 กิโลเมตร ทำให้ขนาดปรากฏบนท้องฟ้าของดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ และเมื่อวัตถุทั้งสามเรียงตัวกันในแนวเส้นตรง ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์ไม่หมดเกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน

จากข้อมูลที่ได้รวบรวมนั้น ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป็นที่น่าเสียดายว่าประเทศไทยไม่อยู่ในบริเวณที่จะสามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนในครั้งนี้ได้” เนื่องจากแนวคราสวงแหวนเริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศจีน และเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงทวีปอเมริกา โดยในประเทศไทยจะสามารถชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ในรูปแบบสุริยุปราคาบางส่วน เป็นระยะเวลาสั้นๆ ราว 16 นาที ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05:50 น. จนสิ้นสุดการบังเวลา 06:06 น. คนไทยส่วนใหญ่สามารถสังเกตสุริยุปราคาบางส่วนได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น ยกเว้นภาคใต้ โดยภาคกลางจะเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งเล็กน้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากที่สุดและเห็นได้นานกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันที่เกิดปรากฏการณ์ เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้าอาจมีเมฆบังทำให้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ขณะเกิดปรากฏการณ์

วิธีดูสุริยุปราคาอย่างปลอดภัย

1.ห้ามมองด้วยตาเปล่า!!!   เพราะการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ยังค่อนข้างสว่างอยู่ จ้องมองนานๆอาจทำให้อันตรายต่อตา และอาจทำให้บอดได้
2 อย่าโทรทรรศน์และกล้องสองตาโดยไม่มีฟิลเตอร์กรองแสง เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวจะรวมแสงและความร้อน ยิ่งทำให้อันตรายต่อตา และมีโอกาสสูงตาบอดได้ทันที
3. ควรชมผ่านแว่นแผ่นกรองแสงอาทิตย์ ( Solar Filter) ที่มีคุณภาพและถูกสร้างขึ้นเพื่อกรองแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ อย่างเช่น แผ่นไมลาร์  กระจกเคลือบโลหะ เป็นต้น
4. ควรชมผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสงอาทิตย์ (Solar Filter) จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวบนดวงอาทิตย์ เช่น จุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspots) หรือ พวยแก๊ส (Prominence) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ฟิลเตอร์ที่ใช้จะต้องมีคุณภาพสูง
5. การใช้ฉากรับภาพและหลักการกล้องรูเข็ม การใช้ฉากรับภาพทำได้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์รับแสงจากดวงอาทิตย์ แล้วตั้งฉากรับภาพที่ออกมาจากเลนส์ใกล้ตา วิธีนี้ช่วยให้สามารถดูดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ได้ทีละหลาย ๆ คน ส่วนหลักการกล้องรูเข็ม เพียงแค่เจาะรูเล็ก ๆ บนวัสดุที่ต้องการ โดยรูปร่างของรูที่เจาะไม่มีผลต่อภาพบนฉาก แต่จะมีผลทำให้เกิดความคมชัดและความสว่างของภาพ โดยรูขนาดเล็กจะให้ภาพคมชัด แต่สว่างน้อย และ รูขนาดใหญ่ จะให้ภาพคมชัดน้อยลง แต่จะสว่างมาก
รายละเอียดเพิ่มสามารถอ่านได้ทางเว็บไซต์  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ http://www.narit.or.th 
 ข่าวและภาพประกอบโดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  และ Mashable 

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มีคนมาเยี่ยมที่บ้าน
กลับจากหาหมอ


คุณใช้เวลาอย่างไรใน 1 วันทำงาน

เวลาเป็นเครื่องวัดประสิทธิภาพของหน่วยงาน และยังวัดต่อไปถึงตัว หัวหน้าหน่วยงาน นั้นๆด้วย การทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารงานทั้งหลาย จะจัดการงานในสำนักงานอย่างไร ให้เวลาที่มีอยู่ในระหว่างการทำงาน เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานมากที่สุด
ในขณะที่หัวหน้าบางคนจะใช้วิธีไล่จี้พนักงานให้ทำงานให้ทัน เขากลับบอกว่า หัวหน้างานนั่นแหละที่จะต้องเริ่มต้นเสียก่อน เริ่มต้นที่ว่านี้ก็คือ เป็นผู้เริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีทางในการใช้เวลาของตัวเองให้ดีและเหมาะสมเสียก่อน
ถ้าหัวหน้างานจะแย้ง ก็จะต้องถามตัวเองต่อไปว่า รู้จักตัวเองดีใช่หรือไม่ ? รู้จักจุดมุ่งหมายของหน่วยงานดีใช่หรือไม่ ? และรู้ต่อไปว่า ตัวเองได้ใช้เวลาในการทำงานอย่างไร ?
รู้จักตัวเอง
ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากไปนักเขาบอกว่าให้ทดสอบคำถามต่อไปนี้เสียก่อน เพราะคำถามพวกนี้ จะเป็นคำตอบที่ดีว่าหัวหน้างาน รู้จักตัวเองดีแล้วหรือยัง
เหตุที่ต้องมีคำถามนี้ ก็เพราะจะช่วยให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็ง ที่สามารถนำไปปรับปรุงลักษณะนิสัยในการทำงานให้ดีขึ้น, ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงานและที่สำคัญ จะได้ไม่บอกว่า ไม่ว่างอยู่เรื่อย
(1) คุณจัดระบบอย่างไร ?
  • ทำงานบนโต๊ะที่มีของวางเกลื่อนไปหมด หรือว่ามี่โต๊ะซึ่งจัดเอาไว้อย่างมีระเบียบ ?
  • มีการวางแผนงานล่วงหน้าหรือไม่ ?
  • เป็นคนที่ชอบเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำหรือเปล่า ?
  • ทำงานตามลำดับขั้นตอนความสำคัญหรือเปล่า ?
  • ทำทุกอย่างโดยมีจุดหมายหรือเปล่า ?
  • รู้จักพูดคำว่า “ไม่” หรือเปล่า ?
(2) นิสัยของคุณเป็นอย่างไร ?
  • ขี้บ่น (เป็นประจำ) ?
  • เป็นคนตรงต่อเวลา และพยายามที่จะเริ่มทำงานแต่เช้า ?
  • พอใจในตำแหน่งที่ได้รับอยู่ในปัจจุบัน หรือ กำลังมองหาหนทางในการที่จะทำให้ตนเองมีตำแหน่งดีขึ้น ?
  • เป็นคนที่รีรอในการทำอะไร ??
  • เป็นคนที่ไปเรื่อย ๆ ยังไงก็ได้ ???
(3) บุคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร ?
  • เป็นคนมองโลกในแง่ดี หรือว่าร้าย ?
  • พอใจที่จะทำงานตามลำพัง หรือ ทำงานกับคนอื่น ๆ ก็ได้
  • มีความเห็นใจคน และเข้าใจคนอยู่เสมอ ?
  • ทำงานทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุดตลอกเวลา ??
  • มีความวิตกกังวลในการทำงานต่าง ๆ สูงมาก
  • มักจะเลื่อนการตัดสินใจอยู่เสมอ ?
  • มีความรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงการใช้เวลาของตัวเอง ?
รู้จุดมุ่งหมายของหน่วยงาน
การทำงาน จุดมุ่งหมายหลักของเราทั้งหลาย ก็คือ ทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์กร หรือหน่วยงาน หัวหน้าที่ประสบความสำเร็จมักศึกษาจุดมุ่งหมายของหน่วยงาน, หน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองในการทำงานรู้ดีว่าใครที่เป็นหัวหน้าของตัวเองอีกที และใครคือลูกน้องที่ตัวเองต้องดูแล
เรื่องของการประสานงานที่เป็นเรื่องปวดหัวทุกวันนี้นั้น หัวหน้างานที่ประสบความสำเร็จอีกเช่นกันที่จะรู้ว่า ตนจะต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานใดบ้าง เพื่อที่จะทำให้วางแผนงานได้ถูกต้อง
รู้จักใช้เวลาในการทำงาน
การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริหารรู้วิธีที่จะศึกษาการใช้เวลาในการทำงานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
วิธีหนึ่งที่ทำกันคือ การเก็บบันทึกการใช้เวลาและวิเคราะห์การใช้เวลาในแต่ละวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์โดยเลือกบันทึกและวิเคราะห์เวลาในสัปดาห์ที่ตนทำงานเป็นปกติ ไม่ใช่สัปดาห์ที่จะต้องไปร่วมประชุมเป็นกรณีพิเศษ หรือเป็นสัปดาห์ที่มีวันหยุดในระหว่างสัปดาห์ในแต่ละวันอาจเริ่มด้วยการเขียนวันที่ เดือน พ.ศ. และบันทึกลงไปว่าในแต่ละช่วงเวลานั้นเราทำงานอะไรบ้าง เมื่อทำงานเสร็จสิ้นในวันนั้น ตอนเย็นก่อนกลับบ้าน ก็ลองมาขีดเครื่องหมายถูกลงไปในช่อง 1, 2 หรือ 3 โดยการพิจารณาว่าช่อง 1 หมายถึง ทำงานในหน้าที่และเหมาะกับเวลา, ช่อง 2 หมายถึงการทำงานในหน้าที่แต่ไม่เหมาะสมกับเวลา และช่อง 3 หมายถึง ทำงานที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ แค่อาทิตย์เดียวคงจะพอรู้ว่า เราได้ใช้เวลาในแต่ละวันเป็นอย่างไร, เราใช้เวลาในการทำงานให้กับหน่วยงาน เพื่อประโยชน์ของหน่วยงานจริงหรือไม่ ? หรือได้ใช้เวลาให้หมดไปด้วยเรื่องส่วนตัว ? หรือแก้ไขงานที่ผิดซ้ำซากเพราะขาดการวางแผนงาน ? หรือเข้าไปช่วยเหลืองานในหน้าที่ของพนักงานคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เราทำงานในความรับผิดชอบของเราเองไม่เสร็จ ? หรือว่า เราพยายามทำงานทุกอย่างด้วยตัวเราเองโดยไม่กระจายงานไปให้คนอื่นช่วยทำ ??
ถ้าพบ..หมายถึงรู้ว่ากิจกรรมใดที่ทำให้สูญเสียเวลา คงต้องพยายามตัดมันทิ้งไป ต่อจากนั้น จึงมาจัดทำตารางเวลาในการทำงานของเราใหม่ต่อไป
เวลา คือ ชีวิต
ถ้าเราใช้เวลาเป็น ท่านว่า เราก็จะเป็นเจ้าชีวิตตนเอง สัจธรรมอย่างหนึ่งก็คือ ทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ วันละ 24 ชั่วโมง เราไม่สามารถจัดเวลาให้สั้นลง หรือยาวนานกว่า 24 ชั่วโมงก็ได้ ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องของการหยุดเวลาที่มีทั้งหลายคนพยายามจะหยุดวัย...
ไม่สายหรอกกับการบอกตัวเองเสียแต่วันนี้ ว่าฉันจะจัดการกับตัวเองให้ได้ ฉันจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์รั่วไหลน้อยที่สุด และมีเวลาทำงานให้มากที่สุดเท่าที่มีการกำหนดไว้ในแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นนี่แหละ เราทำได้เมื่อไหร่...ประสาอะไรกับลูกน้อง จริงมั้ย ???
ที่มา : http://www.one-stophr.com


จิตใจของมนุษย์นี่ก็แปลก ภายในสมองที่มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ด้วยรอยหยักของสมอง มนุษย์มีความคิดมีความรู้สึก มีความทรงจํา มนุษย์มีความฝัน ฝันที่ก่อตัวในยามหลับไหลเป็นเหมือนโลกที่ซ้อนกันอยู่บนความจริง ความฝันมีผลต่อความจริง เช่น..ความฝันที่เป็นเรื่องดี ความฝันมาจากส่วนหนึ่งของความจริงที่เกิดขึ้น จากความทรงจํา ที่พบเจอมาในชีวิตประจําวัน อาจมาจากหลายสาเหตุหรือการไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ต่างๆ

......ความทรงจําที่เกิดจากประสบการณ์จริง ยังมีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์
เรื่องดีๆที่เกิดขึ้น ทําให้เรานึกถึงมัน แม้ในวันที่เราเหงา เศร้า หรือโดดเดี่ยว
 เรายังรู้สึกดีได้เมื่อย้อนกลับไปถึงเรื่องดีนั้นๆ มันเป็นความรู้สึกที่ทดแทน แน่นอนสิ่งดีๆนั้นน่าจดจํา

....โลกของเรามีความแตกต่าง ที่เดินอยู่คู่กันเสมอ มีกลางวันมีกลางคืน มีสุข มีทุกข์
เมื่อมีความสุขจนเต็มที่ ความทุกข์ก็ถามหา หรือเมื่อมีทุกข์จนสุดแล้วก็เป็นเวลาของความสุขชีวิตของมนุษย์เหมือนเกม ที่ต้องเล่นต้องเดินไปตามวิถีทางข้างหน้าอย่างมีสติ
....แค่ข้อความสั้นๆและคําดีๆ กระชับ ประทับใจ สามารถทําให้คนเรารู้สึกมีความหวังและกําลังใจ ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค์ 

       สําหรับการมีชีวิตอยู่ในที่แห่งใดก็ตาม ที่มีความท้าทายตั้งตะหง่านอยู่เบื้องหน้า ประสบการณ์ทําให้เราเข้าใจในเรื่องต่างๆ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดประสบการณ์จะมากหรือน้อย ย่อมมีผลต่อความเชื่อมั่น ต่อการตัดสินปัญหา การผ่านพ้นปัญหาต่างๆในชีวิตไปได้ เปรียบเสมือนการแก้เกมส์ เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า..มนุษย์จํานวนมาก ยังอยู่ในสถาณการณ์ที่มีความเสี่ยง การตัดสินใจในการเดินทางไปในวิถีทาง บางเส้นทาง มีผลกระทบของผู้ตัดสินใจเอง หรือไม่ก็มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างยิ่ง

.....ฉะนั้น หากคุณเจอใครสักคน ที่รู้สึกท้อแท้ หมดหวังในชีวิต เพียงแค่คําพูดดีๆ ที่รู้สึกให้กําลังใจต่อเขา มันอาจทําให้เขาฮึดสู้ และตัดสินใจเดินไปบนเส้นทางชีวิตได้ถูกต้อง
"อุปสรรคมักมาพร้อมกับโอกาสเสมอ"