วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555


ปวดหัวเนื่องจากไม่อยากไปโรงเรียน

วันศุกร์ 22/06/2012 เวลา 13.00 โดยประมาณ ลูกได้โทรหาแม่บอกว่าปวดหัวไม่สบายให้มารับที่โรงเรียนด้วย แม่ได้สอบถามว่าเป็นยังไงบ้างและได้สอบถามว่าได้แจ้งคุณครูหรือยัง ลูกบอกว่าได้แจ้งให้คุณครูได้ทราบแล้วว่าปวดหัวมากไม่สบาย แม่ได้ไปรับที่โรงเรียนกลับบ้านและพักผ่อน วันเสาร์-อาทิตย์ ลูกได้วิ่งเล่นทำการบ้านอ่านหนังสือปกติและไม่ได้บ่นว่าปวดหัว และวันจันทร์ที่ 25/06/2012 ลูกได้ไปโรงเรียนตามปกติและเวลาประมาณ 10.00 น.ลูกได้โทรมาหาแม่ว่าให้ไปรับเพราะปวดหัวมากและได้แจ้งคุณครูแล้ว ในเวลาต่อมาได้ไปรับลูกจากห้องเรียน(ขณะนั้นคุณครูไม่อยู่ทำภาระกิจนอกพื้นที่)ได้มีคุณครูห้องติดกันได้แจ้งให้ทราบและบอกว่าให้พาลูกไปหาหมอ แม่ได้รับลูกและพาไปหาหมอ หมอแจ้งมี 3 ข้อ 1.ลูกไม่อยากไปโรงเรียน เพราะไม่ชอบที่เรียน ไม่ชอบเพื่อน กลัวอะไรบางอย่าง 2.เป็นโรคทั้่วไป สายตามีปัญหากับการอ่านหนังสือ ไม่สบาย เป็นไซนัส ทำให้ปวดหัว 3. ปวดหัวอันเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง แต่เท่าที่หมอดูอาการแล้ว ข้อ 2 และ 3 เป็นไปได้น้อยมาก ขอให้พ่อแม่สังเกตุพฤติกรรมปกติอย่าชี้นำหรือตั้งคำถามชี้นำ ให้สังเกตุกับพฤติกรรมปกติกิจกรรมประจำวัน เช่น การอ่านหนังสือ การดูทีวี การเล่นคอมพิวเตอร์ พ่อแม่หาวิธีแก้ไขเรื่องดังกล่าวด้วยการให้กำลังใจ หากิจกรรมให้ทำนอกเหนือกิจกรรมที่มีอยู่แล้วของลูก เล่นดนตรี ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย และแนะนำให้ลูกนอนแต่หัวค่ำ อาจจะทำให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น ใช้เวลาสักระยะอาการปวดหัวอาจจะดีขึ้น (ตอนนี้พ่อกับแม่ปวดหัวมาก)เพราะยังคิดไม่ออกว่าทำไมเด็กอายุ 7 ขวบ มีเรื่องปวดหัว กับทัศนะคติที่มีต่อแวดล้อมของตัวเองเป็นลบจึงทำให้ปวดหัวได้เวลาไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือปกติเหมือนเด็กทั่วไป (เขียนวันที่ 27/06/2012 จากที่่บ้าน)

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เช็คสมองเสื่อมใน 30 วินาที


หากใครไม่มั่นใจว่า อาการหลงๆ ลืมๆ ที่ตนเองหรือคนรอบข้างเป็นอยู่เข้าข่ายโรคสมองเสื่อมหรือไม่ ในเบื้องต้นแนะนำให้เช็กสมองโดยใช้แบบคัดกรองผู้ป่วยอย่างด่วน ที่นำมาฝากจากวารสาร The British Journal of Psychiatry

อุปกรณ์สำหรับทำแบบทดสอบ ได้แก่ กระดาษ 4 แผ่น ดินสอ 1 แท่ง และนาฬิกาจับเวลา 1 เรือน จากนั้นลงมือทดสอบกันเลยค่ะ
1. เขียนชื่อสี สัตว์ ผลไม้ และจังหวัด อย่างละ 10 ชื่อ ลงในกระดาษ (หัวข้อละ 1 แผ่น) ภายในเวลา 30 วินาที

2. นับจำนวนคำตอบที่ถูกต้องด้วยตนเอง หรือให้เพื่อนช่วยตรวจคำตอบ คิดคำตอบละ 1 คะแนน (คะแนนเต็ม 40 คะแนน)

ผลการทดสอบ

1 - 24 คะแนน เสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม

25 - 40 คะแนน ไม่เป็นโรคสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคสมองเสื่อม ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจยืนยันผลต่อไป
เพราะขอย้ำว่า ต้องใส่ใจป้องกันโรคสมองเสื่อมทุกวิถีทางค่ะhttp://variety.teenee.com 

ที่มา ... นิตยสารชีวจิต 


วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความเข้มแข็งของลูกที่มีความฝันอยากพบแม่

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555


วิธีสร้างตัวติดตั้ง Windows 8 จาก USB Drive โดยไม่ต้องไรท์ใส่แผ่น DVD !

หลังจากที่ไมโครซอฟต์ได้ปล่อยให้ดาวน์โหลดไฟล์สำหรับติดตั้ง Windows 8รุ่นพรีวิวไปเมื่อวานก่อน ซึ่งไฟล์ที่เปิดให้โหลดจะเป็นไฟล์ .ISO ซึ่งโดยปกติแล้วคนทั่วไปก็จะนำไฟล์นี้ไปเขียนหรือไรท์ลงแผ่น DVD อีกที เพื่อนำมาติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่วันนี้ผมจะมีอีกเทคนิก ที่จะช่วยให้เราสามารถติดตั้ง Windows 8 ผ่านแผลชไดรว์ หรือ USB Drive กันครับ ยิ่งเดี๋ยวนี้ราคาถูกมาก เชื่อว่าเดี๋ยวนี้หลายๆ คนก็ต้องมีแฟลชไดรว์กันอยู่แล้ว หรือบางคนอาจเจอปัญหาที่เครื่องคอมไม่มีเครื่องอ่าน DVD หรือเกิดเสียขึ้นมา ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ ที่จริงแล้วไม่เฉพาะ Windows 8 นะครับที่ทำ จะเป็น Windows อื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน :)
ก่อนอื่นเราต้องมีตัวช่วยกันนิดหน่อย โดยชื่อโปรแกรมว่า Windows 7 USB/DVD download tool เป็นโปรแกรมฟรี! จากไมโครซอฟต์ ใช้สำหรับฟอแมตแฟลขไดรว์ให้สามารถบูตได้ แน่นอนถ้าฟอแมตข้อมูลเดิมที่มีอยู่ในแฟลชไดรว์ก็หายไปด้วยครับ ดังนั้นสำรองข้อมูลกันให้ดีๆ ก่อนทำการฟอแมตครับ
ตัวโปรแกรมนี้ทำงานไม่ซับซ้อนครับ มีเพียง 4 ขั้นตอนเท่านั้น
ขั้นแรก เมื่อเปิดโปรแกรมเข้ามา จะพบกับหน้าต่างให้เลือกไฟล์ .iSO ที่ของ Windows 8 ที่เราดาวน์โหลดมา

คลิกที่ USB Device
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดความจุของแฟลชไดรว์เราเพียงพอกับขนาดไฟล์หรือเปล่า
เมื่อทำการฟอแมตเสร็จแล้ว ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย
เวลาเอาไปใช้ ก่อนอื่นต้องตั้งค่าให้เครื่องคอมเลือกบูตจากแผลชไดรว์ก่อนนะครับ หลังจากนั้นเสียบแผลชไดรว์พร้อมกับตอนเปิดเครื่อง ก็จะเหมือนเป็นแผ่น DVD ติดตั้งทั่วไปครับ
ปล.ที่จริงแล้วไม่เฉพาะ Windows 8 นะครับที่ทำ จะเป็น Windows อื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน :)

ดาวน์โหลด Windows 7 USB/DVD download tool

ขอบคุณที่มา: http://www.9tana.com

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555




เพิ่งนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ ‘Facebook Phone’ หรือสมาร์ทโฟนของค่าย Facebook ไปสดร้อนๆ (ใครพลาดคลิกอ่านที่นี่) และตอนนี้ก็ยังมีข่าวที่เกาะกระแสเรื่องนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งล่าสุดได้มีนักออกแบบคนหนึ่งชื่อ Jay Moon ได้ลองออกแบบหน้าตาคร่าวๆ ของระบบภายในที่จะใช้กับ ‘Facebook Phone’ ซึ่งจากรูปแบบจำลองนี้เราจะได้เห็นคอนเซ็ปของ ‘Facebook Phone’  แบบเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่ผนวกบริการของ Facebook ไว้อย่างครบครัน (ก็แน่นอนหล่ะ…เพราะมันคือว่าที่โทรศัพท์ที่ใช้เล่น Facebook ได้ดีที่สุดในโลก) หน้าตาจะเป็นอย่างไร ดูได้ด้านล่างเลยครับ :)
งานออกแบบหน้าตาระบบภายในคร่าวๆ ของ ‘Facebook Phone’
ส่วนภาพข้างล่างนี้ มีคนทำขึ้นมาล้อเลียน  Facebook iPhone เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้  (เรื่องที่ Facebook โดนโจมตีมาตลอด)
ที่มา – The Next Web และ Jay Moon

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เด็ก 7 ขวบ อยากขายของออนไลน์


ความรู้จากทั่วโลกแค่ปลายนิ้ว ทุกที่ ทุกเวลา ที่หลายคนมองข้าม!

ขอบคุณที่มา : http://www.it24hrs.com



ในเดือนมกราคม เดือนแห่งวันเด็กนี้ ไอที24ชั่วโมงก็ขอพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษาหาความรู้ด้วยเทคโนโลยีใกล้ตัวกันสักหน่อยนะคะ ให้สมกับคำขวัญวันเด็กที่ว่า “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี” กันสักหน่อยค่ะ
สำหรับผู้ที่ใช้ iPhone, iPod Touch และ iPad เคยลองสังเกตุกันไหมคะว่า คุณกำลังมีแหล่งความรู้จากทั่วโลก จากหลากหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก อย่าง Yale, MIT, Oxford  และอื่นๆอีกมากกกกกมายยย อยู่ในมือคุณแค่ปลายนิ้วสัมผัสค่ะ !  ที่พูดถึงอยู่นี้ก็คือ  “iTunes U” นั่นเองค่ะ! ที่จะทำให้เราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ ทุกที่ทุกเวลา! ใกล้แค่ปลายนิ้ว แต่บางคนอาจมองข้ามไป
ลองแตะที่ไอคอน iTunes ที่อยู่บนสกรีนของ iPhone , iPod Touch หรือ iPad ของคุณดูสิคะ พอเปิดขึ้นมา สังเกตุที่เมนูด้านล่างจะมีคำว่า “iTune U” อยู่ค่ะ เมื่อเลือก iTune U ก็จะได้พบกับบทเรียนจากมหาวิทยาลัยและแหล่งความรู้ต่างๆมากมาย ในรูปแบบทั้งไฟล์เสียงและวีดีโอให้ได้ทั้งฟังและดูกันเพลินๆ เหมือนไปนั่งเรียนอยู่กับเค้าในห้องเรียนที่ต่างประเทศเลยหล่ะค่ะ อยากเรียนวิชาไหน กับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไหน ก็เลือกได้เลยค่ะ สนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ก็ลองใส่คำค้นหาในเรื่องนั้นๆดู ก็จะได้พบกับบทเรียนในรูปแบบเสียง หรือวีดีโอให้เราได้ศึกษาแบบฟรีๆ ไม่ต้องบินไปให้ไกลถึงต่างประเทศอีกต่างหากค่ะ ซึ่งบทเรียนต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ นะคะ หากยังฟังไม่กระดิก ก็ถือซะว่าได้โอกาสฝึกฟังภาษาอังกฤษไปด้วยเลยแล้วกันนะคะ เตรียมตัวรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 กันนะคะ
สำหรับ iTune U นี้ เราสามารถดูและฟังแบบออนไลน์ได้เลย (แต่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ตลอดเวลาที่ใช้งาน iTune U อยู่นะคะ) หรือจะ download เก็บมาไว้ฟังหรือดูแบบ offline ในเวลาที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ได้ค่ะ
หากลูกๆหลานๆของคุณผู้อ่าน กำลังถือ iPhone, iPod Touch หรือ iPad อยู่ในมือ ลองแนะนำ iTune U ให้น้องๆหนูๆลองกดเล่นๆดูสิคะ กดไป กดมา เค้าอาจจะชอบ แล้วก็รักการเรียนรู้ขึ้นมาก็ได้นะคะ….ถ้าเป็นแบบนี้อุปกรณ์ไอที่กล่าวไป ก็ไม่ได้มีไว้แค่ความบันเทิงอย่างเดียว แต่ยังสร้างประโยชน์ให้กับอนาคตของชาติได้อีกด้วย จริงไหมคะ :)สำหรับผู้ใหญ่ผู้แสวงหาความรู้ ก็อย่าลืมลองใช้ iTune U ที่มีอยู่ในมือใกล้ๆตัวอยู่แล้ว เพื่อเสริมสร้างการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยความรู้จากทั่วโลกนะคะ เพราะเทคโนโลยีใกล้ตัว สร้างประโยชน์ให้กับการใช้ชีวิตได้มากมาย หากนำมาใช้ในทางที่สร้างสรรค่ะ ^_^

10 อันดับ รหัสปลดล็อค ที่ไม่ควรใช้กับ iPhone!


แม้ว่า  iPhone4 จาก apple จะมีระบบความปลอดภัยโดยมีรหัสผ่าน 4 ตัวเลข เกี่ยวข้องในการปลดล็อคเครื่องเพื่อใช้งาน iPhone ซึ่งถ้าหากผู้ใช้งานคนอื่นแอบกดรหัสแล้วรหัดผิดครบ 10 ครั้ง ข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง iphone4 ก็จากถูกลบ แต่คราวนี้หากตั้ง password ยอดฮิตที่ติด 1 ใน 10 อันดับที่เสนอในวันนี้ โอกาสที่คนอื่น แฮกปลดล็อคได้แล้วแอบใช้ iPhoneของเค้าแบบเนียนๆ มีโอกาสสูงมากทีเดียว
เมื่อมีนักพัฒนาแอพบน iOS อย่าง  Daniel Amitay ได้เผยรายงานที่น่าสนใจ จากแอพ “Big Brother Camera Security ” ที่คุณ Daniel ได้พัฒนาขึ้นเองแล้วแอบถ่ายคนใช้ iphone ผ่านกล้องด้านหน้า และความสามารถของ แอพนี้คือเก็บบันทึกข้อมูลคนใช้ iphone กดรหัสผ่านปลดล็อคด้วยตัวเลข 4 ตัว  โดยรายงานนี้จากสถิติการเก็บข้อมูลกดรหัสถึง 204,000 ครั้ง   พบว่าได้ผลลัพธ์สถิติรหัสปลดล็อค iPhone 10 อันดับแรก  ที่มีคนนิยมใช้รหัสชุดนี้ปลดล็อค มากที่สุด ซึ่งเป็นอันตรายมาก เพราะจะทำให้เครื่องของคุณอาจถูกเจาะระบบแอบใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
พบว่าผู้ใช้ iPhone นิยมตั้งรหัสผ่านปลดล็อค ด้วยหมายเลข  ”1234″มากที่สุด  อันดับ2คือ “0000″   ส่วนอันดับ 3- อันดับ 10 ได้แก่  2580, 1111, 5555, 5683, 0852, 2222, 1212, 1998
ซึ่งทั้ง 10 อันดับนี้ เป็นรหัสผ่านปลดล็อค iPhone ที่ง่ายและคาดว่าเหล่าแฮกเกอร์จะใช้ในการแอบปลดล็อคด้วย  มีโอกาสถูกต้องถึง 1 ใน 10 เลยทีเดียว ถ้าคุณใช้รหัสแบบ 10 อันดับข้างต้นนี้ควรรีบเปลี่ยนรหัสโดยด่วน!!! (ipad2 , iPod Touch ก็มีโอกาสโดนแฮคด้วยเช่นกัน)
วิธีตั้งรหัสให้ปลอดภัย
ควรเป็นตัวเลขที่ไม่อยู่ใน 10 อันดับแรกนี้ , ไม่ควรตั้งแบบหมายเลขซ้ำกันทั้ง 4 ตัว เช่น 1111 , 5555 , 2222 และไม่ควรใช้ปีเกิดหรือปีที่ซื้อ iPhone มาใช้ในการตั้งรหัสผ่านปลดล็อคด้วย ดีที่สุดคือควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุกครั้ง และบ่อยๆอย่างสม่ำเสมอ จึงจะปลอดภัยรอดพ้นจากการที่มีคนมาแฮก ปลดล็อค iPhone
อย่าลืมว่า… นอกจาก iPhone ที่ใช้ เดารหัสผ่านตัวเลข 4 ตัว  แล้ว ยังมี ATM ด้วยที่อาจใช้วิธีที่นำเสนอนี้ เจาะเดารหัสปลดล็อครหัส 4 ตัวบนตู้ ATM  เพื่อเตรียมถอนเงินในบัตร ATM หรือบัตรเดบิตของคุณด้วย หากเดารหัสถูก ดังนั้นอย่าลืมเปลี่ยนรหัสบน ATM อย่างสม่ำเสมอ
ข้อมูลจาก SOPHOS , amitay.us,http://www.it24hrs.com

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


แนะนำโปรแกรมแต่งภาพระดับมือโปร ฟรีๆไม่ต้องเสียเงิน

เมื่อพูดถึงการแก้ไขปรับแต่งภาพให้สวยงามระดับโปร คงจะนึกถึงโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Adobe Photoshop ที่เวอร์ชั่นหลังๆนี้ต้องใช้สเปคเครื่องที่ค่อนข้างสูง และโปรแกรมนี้มีราคาแพงมากๆ (ราคาระดับหลักหมื่น) หากสั่งซื้อผ่านออนไลน์ก็ต้องใช้เวลาในการดาวน์โหลดอีก วันนี้จึงรวบรวมโปรแกรมแต่งภาพระดับมือโปรที่สามารถใช้แบบฟรีๆ มาให้ลองใช้กัน
โปรแกรมแต่งภาพแบบระดับมือโปรที่สามารถใช้งานได้ฟรีแบบไม่เสียเงินสักบาท และสามารถแต่งภาพได้เกือบเทียบเท่า Photoshop ละก็ คงนึกถึงโปรแกรม Gimp โปรแกรมแนวโอเพนซอร์สที่มีความสามารถคล้ายคลึงกันกับ Photoshop และทำงานกับ Photoshop ได้ดี รวมไปถึงรองรับหลายระบบปฏิบัติการด้วย ทั้ง Windows , MacOS และ Linux Distro ต่างๆ แต่ก็ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดโปรแกรมเล็กน้อย
แต่ถ้าสมมุติว่า อยู่สถานที่ทำงาน ในเครื่องไม่ได้ลงโปรแกรมอย่าง Photoshop ไว้ มีแค่โปรแกรม Paint ที่มีความสามารถในการแต่งภาพไม่มากและเครื่องคอมนี้ห้ามลงโปรแกรมเพิ่มเติม จะตกแต่งภาพอย่างไรดี ก็มีทางออกสำหรับผู้ที่เจอปัญหานี้ และเด็ดมากด้วย ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำการแต่งภาพผ่านทาง Web Application เลย
Web Application คือ โปรแกรมที่ทำงานผ่านทางหน้าเว็บไซต์นั่นเอง หรือโปรแกรมที่ทำงานทันทีบนเว็บบราวเซอร์  ซึ่งตอนนี้เริ่มมีเว็บแอพมากมายแล้วบนบราวเซอร์ Google Chrome นั่นเอง แต่ก็สามารถรันบนเว็บบราวเซอร์อื่นๆอย่าง Firefox , Opera และ Internet Explorer เวอร์ชั่นใหม่ๆนี้ได้ด้วย สำหรับเว็บแอพพลิเคชั่นเด็ดๆที่สามารถตกแต่งภาพได้ มีดังนี้
Adobe Photoshop Express เว็บแอพพลิเคชั่นโปรแกรม Photoshop นี่เอง ดังนั้นความสามารถนี้ใกล้เคียงและทำงานคู่กับ Photoshop ได้อย่างเต็มที่แน่นอน (แต่ฟีเจอร์โดยรวมไม่เท่า Photoshop เวอร์ชั่น PC ) ที่สำคัญสามารถจัดการเรื่องอัลบั้มภาพและแชร์บน Facebook ได้ด้วย ลองใช้กันได้ที่  www.photoshop.com นอกจากนี้ยังมาในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบน Android , iPhone และ iPad ด้วย
Picnik.com ก็เป็นเว็บไซต์แต่งภาพฟรีด้วยเช่นกัน ติดอันดับเว็บแอพด้านตกแต่งภาพยอดนิยมใน Google Chrome ด้วย เพราะด้วยฟีเจอร์บริการที่หลากหลายกว่าเว็บทั่วไปที่นอกจากการแต่งภาพ  คือการสร้างภาพแบบ Collage การทำกรอบเฟรม ทำสไลด์โชว์ ได้ และสั่งทำ giftshop ได้ด้วยเช่นทำถ้วยแก้ว อีการ์ด ทำปฏิทิน เป็นต้น (หากสั่งทำนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายบ้าง) และมีแพคเกจแบบเสียเงินก็จะมีเครื่องมือตกแต่งภาพมากขึ้นอีก
เว็บสุดท้ายแต่ต้องยกนิ้วให้จริงว่าเป็นเว็บตกแต่งภาพที่มีความสามารถใกล้เคียงกับรูปแบบซอฟต์แวร์ตกแต่งภาพมากที่สุด คือ Pixlr Editor  ซึ่งเว็บแอพนี้ทำโดย Autodesk ผู้สร้างโปรแกรม AutoCAD ที่ใช้งานทางด้านสถาปัตยกรรมนั่นเองโดยหน้าตาเว็บ Pixlr Editor เหมือนโปรแกรม Photoshop และมาพร้อมกับเมนูภาษาไทยด้วยเข้าใจง่าย สามารถสร้างรูปได้ด้วย ซึ่งต่างจากเว็บอื่นๆที่ไม่สามารถสร้างรูปใหม่ จะเน้นให้อัพรูปภาพแล้วตกแต่งภาพซะมากกว่า และหน้าตาโปรแกรมนี้แทบจะไม่ต้องปรับตัวเรียนรู้กันใหม่เลย
ทั้งคือโปรแกรมและเว็บแอพตกแต่งภาพ ที่คุณสามารถใช้งาน ตกแต่งภาพได้อย่างสวยงาม ในราคาฟรีๆไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมราคาแพงๆ แต่ก็อย่าลืมว่าจำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตด้วย เพราะหากไม่มีเน็ตก็จะไม่สามารถใช้งานเว็บแอพเหล่านี้ได้ นับว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชอบตกแต่งภาพโดยเฉพาะที่น่าจะลองมาใช้กัน
ขอบคุณที่มา: http://www.it24hrs.com
ดุอาเพื่อปกป้องจากความชั่วร้าย

ดุอา'อ หลังละหมาด

เพลง 25 ศาสดา

นาชีดละหมาด

อัลกุรอ่าน..


จับตา หลายปีมีหน!! ปรากฎการณ์สุริยุปราคาวงแหวน 21 พฤษภาคมนี้

วันที่: 19 พฤษภาคม 2012 

ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์ที่หาชมได้ยาก ไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นบ่อยๆ ชมแบบนี้อีกครั้งได้ต้องรอนานอีกหลายปี แต่ปีนี้กำลังจะมีให้ชมอีกครั้ง กับ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งจะได้เห็นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 05:50-06:06 น. ตามเวลาในประเทศไทย         
ภาพแสดงสุริยุปราคาวงแหวน ในมุมมองจากนอกโลก ภาพโดยหอดูดาวแห่งชาติญี่ปุ่น
องศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  เปิดเผยว่า ในเช้าวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 ตามเวลาในประเทศไทย จะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” ชุดซารอสที่ 128 ปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน เงาของดวงจันทร์จะทอดลงบนพื้นโลกและสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สังเกตการณ์ที่อยู่บนโลกคือการที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ลดลง รูปร่างของดวงอาทิตย์จะเกิดเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ที่เปลี่ยนรูปร่างในแต่ละค่ำคืนหรือถูกบังจนหมดทั้งดวงขึ้นอยู่กับรูปแบบการบัง
โดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 เป็นแบบ “สุริยุปราคาวงแหวน” เนื่องจากดวงจันทร์มีวงโคจรรอบโลกค่อนข้างรี ดังนั้นดวงจันทร์จึงมีโอกาสอยู่ใกล้หรือไกลจากโลกได้ ในขณะเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ดวงจันทร์อยู่ในช่วงที่ไกลโลกที่ระยะทางประมาณ 404,000 กิโลเมตร ทำให้ขนาดปรากฏบนท้องฟ้าของดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ และเมื่อวัตถุทั้งสามเรียงตัวกันในแนวเส้นตรง ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์ไม่หมดเกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน

จากข้อมูลที่ได้รวบรวมนั้น ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป็นที่น่าเสียดายว่าประเทศไทยไม่อยู่ในบริเวณที่จะสามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนในครั้งนี้ได้” เนื่องจากแนวคราสวงแหวนเริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศจีน และเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงทวีปอเมริกา โดยในประเทศไทยจะสามารถชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ในรูปแบบสุริยุปราคาบางส่วน เป็นระยะเวลาสั้นๆ ราว 16 นาที ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05:50 น. จนสิ้นสุดการบังเวลา 06:06 น. คนไทยส่วนใหญ่สามารถสังเกตสุริยุปราคาบางส่วนได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น ยกเว้นภาคใต้ โดยภาคกลางจะเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งเล็กน้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากที่สุดและเห็นได้นานกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันที่เกิดปรากฏการณ์ เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้าอาจมีเมฆบังทำให้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ขณะเกิดปรากฏการณ์

วิธีดูสุริยุปราคาอย่างปลอดภัย

1.ห้ามมองด้วยตาเปล่า!!!   เพราะการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ยังค่อนข้างสว่างอยู่ จ้องมองนานๆอาจทำให้อันตรายต่อตา และอาจทำให้บอดได้
2 อย่าโทรทรรศน์และกล้องสองตาโดยไม่มีฟิลเตอร์กรองแสง เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวจะรวมแสงและความร้อน ยิ่งทำให้อันตรายต่อตา และมีโอกาสสูงตาบอดได้ทันที
3. ควรชมผ่านแว่นแผ่นกรองแสงอาทิตย์ ( Solar Filter) ที่มีคุณภาพและถูกสร้างขึ้นเพื่อกรองแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ อย่างเช่น แผ่นไมลาร์  กระจกเคลือบโลหะ เป็นต้น
4. ควรชมผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสงอาทิตย์ (Solar Filter) จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวบนดวงอาทิตย์ เช่น จุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspots) หรือ พวยแก๊ส (Prominence) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ฟิลเตอร์ที่ใช้จะต้องมีคุณภาพสูง
5. การใช้ฉากรับภาพและหลักการกล้องรูเข็ม การใช้ฉากรับภาพทำได้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์รับแสงจากดวงอาทิตย์ แล้วตั้งฉากรับภาพที่ออกมาจากเลนส์ใกล้ตา วิธีนี้ช่วยให้สามารถดูดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ได้ทีละหลาย ๆ คน ส่วนหลักการกล้องรูเข็ม เพียงแค่เจาะรูเล็ก ๆ บนวัสดุที่ต้องการ โดยรูปร่างของรูที่เจาะไม่มีผลต่อภาพบนฉาก แต่จะมีผลทำให้เกิดความคมชัดและความสว่างของภาพ โดยรูขนาดเล็กจะให้ภาพคมชัด แต่สว่างน้อย และ รูขนาดใหญ่ จะให้ภาพคมชัดน้อยลง แต่จะสว่างมาก
รายละเอียดเพิ่มสามารถอ่านได้ทางเว็บไซต์  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ http://www.narit.or.th 
 ข่าวและภาพประกอบโดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  และ Mashable 

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มีคนมาเยี่ยมที่บ้าน
กลับจากหาหมอ


คุณใช้เวลาอย่างไรใน 1 วันทำงาน

เวลาเป็นเครื่องวัดประสิทธิภาพของหน่วยงาน และยังวัดต่อไปถึงตัว หัวหน้าหน่วยงาน นั้นๆด้วย การทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารงานทั้งหลาย จะจัดการงานในสำนักงานอย่างไร ให้เวลาที่มีอยู่ในระหว่างการทำงาน เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานมากที่สุด
ในขณะที่หัวหน้าบางคนจะใช้วิธีไล่จี้พนักงานให้ทำงานให้ทัน เขากลับบอกว่า หัวหน้างานนั่นแหละที่จะต้องเริ่มต้นเสียก่อน เริ่มต้นที่ว่านี้ก็คือ เป็นผู้เริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีทางในการใช้เวลาของตัวเองให้ดีและเหมาะสมเสียก่อน
ถ้าหัวหน้างานจะแย้ง ก็จะต้องถามตัวเองต่อไปว่า รู้จักตัวเองดีใช่หรือไม่ ? รู้จักจุดมุ่งหมายของหน่วยงานดีใช่หรือไม่ ? และรู้ต่อไปว่า ตัวเองได้ใช้เวลาในการทำงานอย่างไร ?
รู้จักตัวเอง
ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากไปนักเขาบอกว่าให้ทดสอบคำถามต่อไปนี้เสียก่อน เพราะคำถามพวกนี้ จะเป็นคำตอบที่ดีว่าหัวหน้างาน รู้จักตัวเองดีแล้วหรือยัง
เหตุที่ต้องมีคำถามนี้ ก็เพราะจะช่วยให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็ง ที่สามารถนำไปปรับปรุงลักษณะนิสัยในการทำงานให้ดีขึ้น, ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงานและที่สำคัญ จะได้ไม่บอกว่า ไม่ว่างอยู่เรื่อย
(1) คุณจัดระบบอย่างไร ?
  • ทำงานบนโต๊ะที่มีของวางเกลื่อนไปหมด หรือว่ามี่โต๊ะซึ่งจัดเอาไว้อย่างมีระเบียบ ?
  • มีการวางแผนงานล่วงหน้าหรือไม่ ?
  • เป็นคนที่ชอบเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำหรือเปล่า ?
  • ทำงานตามลำดับขั้นตอนความสำคัญหรือเปล่า ?
  • ทำทุกอย่างโดยมีจุดหมายหรือเปล่า ?
  • รู้จักพูดคำว่า “ไม่” หรือเปล่า ?
(2) นิสัยของคุณเป็นอย่างไร ?
  • ขี้บ่น (เป็นประจำ) ?
  • เป็นคนตรงต่อเวลา และพยายามที่จะเริ่มทำงานแต่เช้า ?
  • พอใจในตำแหน่งที่ได้รับอยู่ในปัจจุบัน หรือ กำลังมองหาหนทางในการที่จะทำให้ตนเองมีตำแหน่งดีขึ้น ?
  • เป็นคนที่รีรอในการทำอะไร ??
  • เป็นคนที่ไปเรื่อย ๆ ยังไงก็ได้ ???
(3) บุคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร ?
  • เป็นคนมองโลกในแง่ดี หรือว่าร้าย ?
  • พอใจที่จะทำงานตามลำพัง หรือ ทำงานกับคนอื่น ๆ ก็ได้
  • มีความเห็นใจคน และเข้าใจคนอยู่เสมอ ?
  • ทำงานทุกอย่างให้ถูกต้องและดีที่สุดตลอกเวลา ??
  • มีความวิตกกังวลในการทำงานต่าง ๆ สูงมาก
  • มักจะเลื่อนการตัดสินใจอยู่เสมอ ?
  • มีความรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงการใช้เวลาของตัวเอง ?
รู้จุดมุ่งหมายของหน่วยงาน
การทำงาน จุดมุ่งหมายหลักของเราทั้งหลาย ก็คือ ทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์กร หรือหน่วยงาน หัวหน้าที่ประสบความสำเร็จมักศึกษาจุดมุ่งหมายของหน่วยงาน, หน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองในการทำงานรู้ดีว่าใครที่เป็นหัวหน้าของตัวเองอีกที และใครคือลูกน้องที่ตัวเองต้องดูแล
เรื่องของการประสานงานที่เป็นเรื่องปวดหัวทุกวันนี้นั้น หัวหน้างานที่ประสบความสำเร็จอีกเช่นกันที่จะรู้ว่า ตนจะต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานใดบ้าง เพื่อที่จะทำให้วางแผนงานได้ถูกต้อง
รู้จักใช้เวลาในการทำงาน
การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริหารรู้วิธีที่จะศึกษาการใช้เวลาในการทำงานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
วิธีหนึ่งที่ทำกันคือ การเก็บบันทึกการใช้เวลาและวิเคราะห์การใช้เวลาในแต่ละวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์โดยเลือกบันทึกและวิเคราะห์เวลาในสัปดาห์ที่ตนทำงานเป็นปกติ ไม่ใช่สัปดาห์ที่จะต้องไปร่วมประชุมเป็นกรณีพิเศษ หรือเป็นสัปดาห์ที่มีวันหยุดในระหว่างสัปดาห์ในแต่ละวันอาจเริ่มด้วยการเขียนวันที่ เดือน พ.ศ. และบันทึกลงไปว่าในแต่ละช่วงเวลานั้นเราทำงานอะไรบ้าง เมื่อทำงานเสร็จสิ้นในวันนั้น ตอนเย็นก่อนกลับบ้าน ก็ลองมาขีดเครื่องหมายถูกลงไปในช่อง 1, 2 หรือ 3 โดยการพิจารณาว่าช่อง 1 หมายถึง ทำงานในหน้าที่และเหมาะกับเวลา, ช่อง 2 หมายถึงการทำงานในหน้าที่แต่ไม่เหมาะสมกับเวลา และช่อง 3 หมายถึง ทำงานที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ แค่อาทิตย์เดียวคงจะพอรู้ว่า เราได้ใช้เวลาในแต่ละวันเป็นอย่างไร, เราใช้เวลาในการทำงานให้กับหน่วยงาน เพื่อประโยชน์ของหน่วยงานจริงหรือไม่ ? หรือได้ใช้เวลาให้หมดไปด้วยเรื่องส่วนตัว ? หรือแก้ไขงานที่ผิดซ้ำซากเพราะขาดการวางแผนงาน ? หรือเข้าไปช่วยเหลืองานในหน้าที่ของพนักงานคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เราทำงานในความรับผิดชอบของเราเองไม่เสร็จ ? หรือว่า เราพยายามทำงานทุกอย่างด้วยตัวเราเองโดยไม่กระจายงานไปให้คนอื่นช่วยทำ ??
ถ้าพบ..หมายถึงรู้ว่ากิจกรรมใดที่ทำให้สูญเสียเวลา คงต้องพยายามตัดมันทิ้งไป ต่อจากนั้น จึงมาจัดทำตารางเวลาในการทำงานของเราใหม่ต่อไป
เวลา คือ ชีวิต
ถ้าเราใช้เวลาเป็น ท่านว่า เราก็จะเป็นเจ้าชีวิตตนเอง สัจธรรมอย่างหนึ่งก็คือ ทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ วันละ 24 ชั่วโมง เราไม่สามารถจัดเวลาให้สั้นลง หรือยาวนานกว่า 24 ชั่วโมงก็ได้ ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องของการหยุดเวลาที่มีทั้งหลายคนพยายามจะหยุดวัย...
ไม่สายหรอกกับการบอกตัวเองเสียแต่วันนี้ ว่าฉันจะจัดการกับตัวเองให้ได้ ฉันจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์รั่วไหลน้อยที่สุด และมีเวลาทำงานให้มากที่สุดเท่าที่มีการกำหนดไว้ในแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นนี่แหละ เราทำได้เมื่อไหร่...ประสาอะไรกับลูกน้อง จริงมั้ย ???
ที่มา : http://www.one-stophr.com


จิตใจของมนุษย์นี่ก็แปลก ภายในสมองที่มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ด้วยรอยหยักของสมอง มนุษย์มีความคิดมีความรู้สึก มีความทรงจํา มนุษย์มีความฝัน ฝันที่ก่อตัวในยามหลับไหลเป็นเหมือนโลกที่ซ้อนกันอยู่บนความจริง ความฝันมีผลต่อความจริง เช่น..ความฝันที่เป็นเรื่องดี ความฝันมาจากส่วนหนึ่งของความจริงที่เกิดขึ้น จากความทรงจํา ที่พบเจอมาในชีวิตประจําวัน อาจมาจากหลายสาเหตุหรือการไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ต่างๆ

......ความทรงจําที่เกิดจากประสบการณ์จริง ยังมีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์
เรื่องดีๆที่เกิดขึ้น ทําให้เรานึกถึงมัน แม้ในวันที่เราเหงา เศร้า หรือโดดเดี่ยว
 เรายังรู้สึกดีได้เมื่อย้อนกลับไปถึงเรื่องดีนั้นๆ มันเป็นความรู้สึกที่ทดแทน แน่นอนสิ่งดีๆนั้นน่าจดจํา

....โลกของเรามีความแตกต่าง ที่เดินอยู่คู่กันเสมอ มีกลางวันมีกลางคืน มีสุข มีทุกข์
เมื่อมีความสุขจนเต็มที่ ความทุกข์ก็ถามหา หรือเมื่อมีทุกข์จนสุดแล้วก็เป็นเวลาของความสุขชีวิตของมนุษย์เหมือนเกม ที่ต้องเล่นต้องเดินไปตามวิถีทางข้างหน้าอย่างมีสติ
....แค่ข้อความสั้นๆและคําดีๆ กระชับ ประทับใจ สามารถทําให้คนเรารู้สึกมีความหวังและกําลังใจ ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค์ 

       สําหรับการมีชีวิตอยู่ในที่แห่งใดก็ตาม ที่มีความท้าทายตั้งตะหง่านอยู่เบื้องหน้า ประสบการณ์ทําให้เราเข้าใจในเรื่องต่างๆ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดประสบการณ์จะมากหรือน้อย ย่อมมีผลต่อความเชื่อมั่น ต่อการตัดสินปัญหา การผ่านพ้นปัญหาต่างๆในชีวิตไปได้ เปรียบเสมือนการแก้เกมส์ เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า..มนุษย์จํานวนมาก ยังอยู่ในสถาณการณ์ที่มีความเสี่ยง การตัดสินใจในการเดินทางไปในวิถีทาง บางเส้นทาง มีผลกระทบของผู้ตัดสินใจเอง หรือไม่ก็มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างยิ่ง

.....ฉะนั้น หากคุณเจอใครสักคน ที่รู้สึกท้อแท้ หมดหวังในชีวิต เพียงแค่คําพูดดีๆ ที่รู้สึกให้กําลังใจต่อเขา มันอาจทําให้เขาฮึดสู้ และตัดสินใจเดินไปบนเส้นทางชีวิตได้ถูกต้อง
"อุปสรรคมักมาพร้อมกับโอกาสเสมอ"

ดช.ปัญญาเป็นเด็กที่เกิดในเมืองแต่ย้ายไปอยู่ในชนบท
วันหนึ่งไปซื้อแพะจากชาวนาในราคา 1000 บาท
ซึ่งชาวนายินดีที่จะส่งมอบแพะในวันรุ่งขึ้น
พอวันรุ่งขึ้น ชาวนาก็ไปหา ดช.ปัญญาแล้วบอกว่า
"ข่าวร้ายหนูเพราะแพะเพิ่งตายไปเมื่อคืนที่แล้วเอง"
ดช.ปัญญา ก็บอกว่า "ไม่เป็นไร ถ้าเช่นนั้นคืนเงินให้ผมก็แล้วกัน"
"โอ เสียใจด้วยจริงๆ แต่ฉันใช้เงินนั่นหมดไปแล้ว" ชาวนาพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ
"ไม่เป็นไร ถ้างั้นเอาแพะตัวนั้นมาให้ฉัน"
"หนูจะเอาแพะตายไปทำอะไร" ชาวนาถามด้วยความฉงน
"ฉันจะเอาไปจับฉลากขาย"
"จะไปจับฉลากแพะที่ตายได้อย่างไร ใครจะไปซื้อ"
"ได้ซิ คอยดูละกัน"
 
จากนั้นชาวนาก็มอบแพะที่ตายให้ ดช.ปัญญาไป
หนึ่งเดือนผ่านไป......ชาวนาพบกับ ดช.ปัญญาจึงถามว่าตกลงเอาแพะที่ตายไปทำอะไร
"ฉันก็ทำฉลาก 500 ใบ ขายใบละ 10 บาท แล้วบอกว่าใครดวงดีจับฉลากได้ก็ได้แพะไปเลย 1 ตัว"
"ฉันได้เงินมา 5000 บาท ได้กำไรหลังจากหักที่จ่ายให้ลุงชาวนาไปแล้ว 3990 บาท"
"แล้วไม่มีคนโวยวายหรือ(เพราะแพะตายแล้ว)" ชาวนาถามด้วยความสงสัย
 
"ก็มี มีคนเดียวคือคนที่จับฉลากได้ และฉันก็แค่คืนเงินค่าฉลากจำนวน 10 บาทให้คนๆ นั้นไป"
ในเรื่องบอกว่า ดช.ปัญญาต่อมาเติบโตและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมาก......
 


ฮือฮา!!'ทรานฟอร์เมอร์'ของเล่น แปลงร่างได้เหมือนในหนัง(ชมคลิป)
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9550000057959
คืนนั่งเล่นอะไรเพลินๆไม่อยากนอนhttp://www.facebook.com/deetookshop

Staff party 2009

fo dance กระจาย

ที่โรงพยาบาลวชิระ ภูกเก็ต